Home  |  Next>>

 

          ก๊าซชีวภาพ(Biogas) เกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์แบบไร้ออกซิเจน (anaerobic process) จะมีก๊าซมีเทน (CH4) เป็นองค์ประกอบหลักประมาณ 50 – 80%   นอกนั้นเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และมีก๊าซ H2S, N2, H2 อีกเล็กน้อย   จึงสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ ปัจจุบันสารอินทรีย์ที่นิยมนำมาผ่านกระบวนการนี้แล้วให้ก๊าซชีวภาพ คือ น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานแป้งมันสำปะหลัง โรงงานเบียร์ โรงงานผลไม้กระป๋อง โรงฆ่าสัตว์ ฯลฯ รวมทั้งน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ กระบวนการดังกล่าวมีค่า COD ลดลงมากกว่า 80 % และได้ก๊าซชีวภาพ 0.3 – 0.5 ลบ.ม./กิโลกรัม COD ที่ถูกกำจัด ทั้งนี้ขึ้นกับคุณลักษณะของน้ำเสียแต่ละประเภท

ก๊าซมีเทนมีค่าความร้อน 39.4 เมกะจูล/ลบ.ม. สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเตาได้  0.67 ลิตร ซึ่งเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า 9.7 kWh  น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ในการนำมาผลิตก๊าซชีวภาพ(Biogas) 16 ประเภท มีศักยภาพที่จะผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ทดแทนน้ำมันเตาได้ 0.9 ล้านลิตรต่อวัน

ประเภทอุตสาหกรรม

BOD (mg/l)

โรงงานสุรา

30,000-50,000

โรงงานน้ำมันปาล์ม

10,000-47,000

โรงงานผลิตเยื้อกระดาษ

8,000-10,000

โรงงานผลิตวุ้นเส้น

20,000

โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง

1,500-15,000

โรงงานผลิตซ้อส และซีอิ้ว

3,000-8,000

โรงงานผลิตแลคโตส

50,000

โรงงานผลิตกะทิกระป๋อง

4,000-8,000

          โรงงานกลุ่มสุรา เป็นอุตสาหกรรมกลุ่มแรกที่มีการนำเทคโนโลยีผลิตก๊าซชีวภาพเข้ามาใช้อย่างจริงจัง โดยน้ำเสียของโรงงานสุรา ซึ่งเรียกว่าน้ำกากส่า มีความเข้มข้นสารอินทรีย์สูงมาก โดยวัดในรูปบีโอดี (BOD) เท่ากับ 30,000 – 50,000 มก/ล และซีโอดี (COD) เท่ากับ 100,000 – 120,000 มก/ล นอกจากนี้ยังมีสีน้ำตาลเข้ม โดยอดีตโรงงานไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย จึงก่อปัญหาอย่างมากต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ดังนั้นทางโรงงานจึงถูกบังคับให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยนำเทคโนโลยีการเผามาใช้และยังคงใช้อยู่ที่โรงงานสุราบางยี่ขัน ถึงแม้ว่าวิธีการเผาจะสามารถกำจัดน้ำเสียได้หมดสิ้น แต่พบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นต่อมา โรงงานสุราทุกแห่งจึงหันมาใช้เทคโนโลยีผลิตก๊าซชีวภาพแทน รูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียในกลุ่มสุราทิพย์ โดยน้ำเสียจากโรงงานทั้งสองส่วนคือน้ำกากส่าจากการกลั่นสุราและน้ำล้างขวด จะไหลรวมกันเข้าสู่ระบบหมักแบบ UASB และสองขั้นตอน โดยถังหมักกรดมีขนาดจุ 450 3 และถังหมักมีเธนเป็นแบบ UASB มีขนาดจุ 3,000 3 ก๊าซชีวภาพที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปใช้ผลิตไอน้ำ น้ำเสียที่ผ่านระบบหมักแล้วจะไหลลงบ่อหมักจุ 100,000 – 300,000 3 จากนั้นน้ำเสียจากบ่อหมักจะถูกสูบไปกำจัดต่อโดยการทำปุ๋ยหมัก ตารางที่ 1 แสดงประสิทธิภาพการบำบัดและการผลิตก๊าซชีวภาพของระบบหมักทิ้ง 10 แห่ง ของโรงงานสุราในกลุ่มสุราทิพย์ ความเข้มข้นสารอินทรีย์ในน้ำกากส่าแปรผันอยู่ในช่วง 55,000 – 150,000 มก/ล ซึ่งขึ้นกับคุณสมบัติกากน้ำตาลที่ใช้ในการผลิตอัตราป้อนสารอินทรีย์เหมาะสมอยู่ในช่วง 3 – 5 kgCOD/m3d ประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ประมาณ 60% ที่อัตราป้อนสารอินทรีย์ 4.5 kgCOD/m3d ระบบหมักสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 3,200 3/วัน ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้น้ำมันเตาในการผลิตไอน้ำประมาณ 30% หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท/ปี

 

ก๊าซชีวภาพนำไปใช้อยู่หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่

1) เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการใช้เครื่องยนต์พลังก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

          2) เป็นพลังงานทดแทนโดยเผาให้ความร้อนในกระบวนการผลิต และ การใช้เป็นเชื้อเพลิงหม้อไอน้ำ

          3) อื่น ๆ เช่น ใช้หุงต้มในโรงอาหารของโรงงานและบ้านพัก เป็นต้น

 

Home  |  Next>>